ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่เรียกว่าเป็นหนึ่งในภาษาที่ทำให้คนมีความสุขมากที่สุดในโลก ถูกพูดใช้โดยมากกว่า 1/4 ของประชากรโลกนี้ครับ/ค่ะ (ขึ้นอยู่กับเพศของคุณ) คุณรู้หรือไม่ว่าโครงสร้างภาษาที่เราใช้มาจากภาษาเจอร์มานิกหรือไม่? นอกจากนี้ยังมีคำศัพท์มาจากภาษาและวัฒนธรรมต่าง ๆ ด้วยครับ/ค่ะ ในความเป็นจริง จาก 1000 คำที่ใช้มากที่สุด ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศสครับ/ค่ะ

ดูรายการของคำที่มาจากต่างประเทศและถูกยืมมาใช้ในภาษาอังกฤษของเราได้ครับ/ค่ะ

Person (บุคคล)

คำศัพท์อังกฤษที่ใช้บ่อยนี้มีต้นกำเนิดมาจากภาษาละติน “Persona” ครับ/ค่ะ คำนี้ถูกนำเข้ามาในภาษาฝรั่งเศสก่อนที่จะมาใช้ในภาษาอังกฤษครับ/ค่ะ

Definition: คำว่า “person” หมายถึง “มนุษย์ที่ถือเป็นรายบุคคล” ในความหมายนั้นครับ/ค่ะ

Sample Sentence: The porter was the last person to see her. (คนพกกระเป๋าเป็นคนสุดท้ายที่เห็นเธอครับ/ค่ะ)

กล่องโต้ตอบตัวอย่าง:

A: Have you heard the local news today? (คุณได้ยินข่าวสารท้องถิ่นวันนี้หรือยังครับ/ค่ะ?)

B: Sorry. (ขอโทษครับ/ค่ะ) I’m not really updated with the current affairs nowadays. (ขณะนี้ฉันไม่ได้อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวปัจจุบันครับ/ค่ะ)

A: Yeah, you’re such a busy bee. (ใช่ ฉันมีงานมากมายครับ/ค่ะ)

B: Anyway, what is the news you wanted to tell me? (อย่างไรก็ตาม ข่าวที่คุณต้องการบอกฉันคืออะไรครับ/ค่ะ?)

A: Oh, a mysterious person was seen lurking around the streets near your office. (โอ้, มีคนปริศนาถูกเห็นมุ่งมาอยู่บริเวณถนนใกล้สำนักงานของคุณครับ/ค่ะ) So, I just wanted to tell you to be careful. (ดังนั้นฉันแค่ต้องการบอกคุณให้ระวังครับ/ค่ะ ) As much as possible, don’t go out alone. (ให้เดินออกไปเดินทางคนเดียวเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่มากนักครับ/ค่ะ)

B: Thank you so much for informing me. (ขอบคุณมากที่บอกข้อมูลให้ฉันทราบครับ/ค่ะ)

Loot

คำศัพท์อังกฤษที่ใช้บ่อยนี้มีต้นกำเนิดมาจากภาษาฮินดี “Loot” ครับ/ค่ะ มันถูกออกเสียงและกำหนดความหมายเหมือนกันครับ/ค่ะ

Definition: คำนี้หมายถึงการลักลอบนำของออกจากสถานที่ โดยทั่วไปเกิดขึ้นในช่วงสงครามหรือการจลาจลครับ/ค่ะ

Sample Sentence: Desperate residents looted shops for food and water. (ประชาชนที่อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากลักลอบร้านค้าเพื่อหาอาหารและน้ำครับ/ค่ะ)

กล่องโต้ตอบตัวอย่าง:

A: Sorry to interrupt but what are you reading? (ขอโทษที่ขัดจังหวะ แต่คุณกำลังอ่านอะไรอยู่ครับ/ค่ะ?)

B: I’m reading an article about the South Africa Zuma riots that happened a year ago. (ฉันกำลังอ่านบทความเกี่ยวกับการจลาจลในภาคใต้ของแอฟริกาใต้ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วครับ/ค่ะ)

A: What about it? (แล้วเรื่องนี้ล่ะ) After former President Jacob Zuma was sent to jail, violence continues across the country. (หลังจากอดีตประธานาธิบดี Jacob Zuma ถูกส่งเข้าคุก ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นทั่วประเทศครับ/ค่ะ) Shopping centers were set alight after being looted. (หลังจากถูกปล้น เซ็นเตอร์การช็อปปิ้งถูกจุดไฟครับ/ค่ะ)

B: That sounded terrible. (นั่นดูแย่มากครับ/ค่ะ)

A: It was. (มันเป็น)

 

 

Wanderlust

คำศัพท์ภาษาอังกฤษนี้มีต้นกำเนิดมาจากคำเยอรมัน “Wanderlust” และถูกยืมมาใช้ในปี 1902 ครับ/ค่ะ

Definition: คำนี้หมายถึงความปรารถนาที่แข็งแรงในการเดินทางครับ/ค่ะ

Sample Sentence: Wanderlust has led him to many different parts of the world. (ความปรารถนาในการเดินทางได้นำเขาไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในโลกมากมายครับ/ค่ะ)

กล่องโต้ตอบตัวอย่าง:

A: The house next door sounds awfully quiet recently. (บ้านข้างๆ ดูเงียบมากเมื่อเร็ว ๆ นี้ครับ/ค่ะ)

B: How’d you say so? (คุณว่าเช่นนี้เพราะอย่างไรครับ/ค่ะ?)

A: Well, at this time, Mrs. Wilson usually plays jazz music using her loudspeakers. (ในช่วงเวลานี้ คุณสาววิลสันมักเล่นเพลงแจ๊สด้วยลำโพงของเธออยู่เสมอครับ/ค่ะ)

B: Haven’t you heard? (คุณไม่ได้ยินหรือยังครับ/ค่ะ?) She’s on a three-week European tour. (เธอกำลังอยู่ในทัวร์ยุโรปที่ยาวถึงสามสัปดาห์ครับ/ค่ะ)

A: Since when? (ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ/ค่ะ?)

B: She left on Monday. (เธอออกเดินทางในวันจันทร์ครับ/ค่ะ) She said her wanderlust grew stronger after being grounded by the coronavirus pandemic. (เธอกล่าวว่าความปรารถนาในการเดินทางของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากถูกจำกัดการเดินทางจากการระบาดของโควิด-19 ครับ/ค่ะ)

A: Perhaps we should have a vacation, too. (บางทีเราควรจะมีการเที่ยวพักผ่อนด้วยครับ/ค่ะ)

 

Cookie

มาจากคำฮอลแลนด์ “koekje” ซึ่งหมายถึง “ขนมเล็ก” ครับ/ค่ะ

Definition: คำนี้หมายถึงขนมเล็ก ๆ ที่หวานนิด ๆ โดยทั่วไปมีรูปร่างกลมและแบน มักมีพื้นผิวกรอบหรือนุ่มเช่นเคยครับ/ค่ะ

Sample Sentence: My Mom’s freshly baked cookies are the best. (ขนมโค้กีสที่แม่ทำใหม่ๆ นั้นดีที่สุดครับ/ค่ะ)

กล่องโต้ตอบตัวอย่าง:

A: Mr. and Mrs. Chase invited us to attend their son’s birthday party. (นายและนางเชสเช่เชิญเรามาร่วมงานวันเกิดลูกชายของพวกเขาครับ/ค่ะ)

B: When? (เมื่อไร?)

A: This coming Saturday. (วันเสาร์ที่จะมาถึงครับ/ค่ะ)

B: Then let’s bring something for them. (แล้วเราจะนำของมาให้พวกเขาดีกว่าครับ/ค่ะ)

A: How about some freshly baked chocolate chip cookies? (เราลองนำขนมโค้กีชิปช็อคโกแลตที่อบใหม่ๆ มาบ้างไหมครับ/ค่ะ?)

B: That sounds great. (ดูเหมือนจะดีมากครับ/ค่ะ!)

Cartoon

คำนี้มีต้นกำเนิดมาจากคำอิตาลี “carton” ซึ่งเริ่มแรกถูกอ้างถึงเป็นรูปภาพบนกระดาษแข็งครับ/ค่ะ หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นการแสดงรูปตลกของมันในปี 1843 ครับ/ค่ะ

Definition:คำนี้หมายถึงภาพวาดที่แสดงลักษณะของตัวละครหรือเรื่องราวในลักษณะที่ตลกตายตลอดอย่างเด่นเด่น โดยเฉพาะภาพวาดที่เป็นการตลกที่ตีความในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร; หนังสือเคลื่อนไหวที่ใช้เทคนิคการสร้างภาพเคลื่อนไหวโดยถ่ายภาพซีเควนซ์ของภาพวาดแทนการถ่ายภาพคนหรือวัตถุจริงครับ/ค่ะ

Sample Sentence: The minister faced a welter of hostile headlines and mocking cartoons. (รัฐมนตรีต้องเผชิญกับการโจมตีจากหัวข้อข่าวที่เป็นฝ่ายตรงข้ามและการวาดการ์ตูนเยาวชนที่ตลกเยาะครับ/ค่ะ)

กล่องโต้ตอบตัวอย่าง:

A: How was your weekend? (วันสุดสัปดาห์ของคุณเป็นอย่างไรครับ/ค่ะ?)

B: Boring. (น่าเบื่อครับ/ค่ะ)

A: Oh, what did you do? (โอ้ คุณทำอะไรไปบ้างครับ/ค่ะ?)

B: I helped my Dad fix his car. (ฉันช่วยพ่อฉันซ่อมรถคันของเขาครับ/ค่ะ) How about you? (แล้วคุณล่ะครับ/ค่ะ?)

A: My weekend is fine. (วันสุดสัปดาห์ของฉันโอเคครับ/ค่ะ) I just stayed home and watched a rerun of the Yogi Bear cartoons on TV with my sister. (ฉันเพียงอยู่บ้านและดูการ์ตูน Yogi Bear ที่ซ้ำในโทรทัศน์กับน้องสาวครับ/ค่ะ) It was too hot outside. (นอกบ้านร้อนมากครับ/ค่ะ)

B: That sounds better than mine. (ดูเหมือนว่าสภาพของคุณดีกว่าครับ/ค่ะ) Do you want to go swimming next weekend? (คุณอยากไปว่ายน้ำในสุดสัปดาห์หน้าไหมครับ/ค่ะ?)

A: That’s a great idea. (นั้นคือความคิดที่ดีมากครับ/ค่ะ!)

 

Anonymous

คำว่า “anonymous” มาจากคำว่า “anōnimo” ในภาษาอิตาลีซึ่งถูกกำหนดให้แปลว่าบางสิ่งหรือบางคนที่ไม่มีชื่อเรียก

Definition: (ของบุคคล) ไม่ได้ระบุชื่อ; ไม่ทราบชื่อ

Sample Sentence: An anonymous buyer purchased the painting. (ผู้ซื้อที่ไม่ระบุชื่อได้ซื้อภาพเขียนนี้ครับ/ค่ะ)

กล่องโต้ตอบตัวอย่าง:

A: Tanya will be undergoing her heart transplant operation the day after tomorrow. (ทันยาจะถูกผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจในวันหลังจากวันพรุ่งนี้ครับ/ค่ะ)

B: How did they collect enough money to pay for the surgery? (พวกเขาได้รวบรวมเงินเพียงพอในการชำระค่าผ่าตัดได้อย่างไรครับ/ค่ะ?)

A: Based on what I’ve heard, an anonymous person donated a large sum of money. (จากสิ่งที่ฉันได้ยินมา มีคนที่ไม่ระบุชื่อบริจาคเงินจำนวนมากครับ/ค่ะ)

B: And how did this anonymous donor hear about Tanya’s case? (แล้วคนที่บริจาคที่ไม่ระบุชื่อได้ยินเรื่องของทันยาไปได้อย่างไรครับ/ค่ะ?)

A: I guess through the social media drive. (ฉันเดาว่าอาจจะเป็นผ่านการรณรงค์ในโซเชียลมีเดียครับ/ค่ะ)

B: I’m glad there are still kind people in the world. (ฉันดีใจที่ยังมีคนที่ใจดีในโลกนี้ครับ/ค่ะ)

 

Boondock

The word “bundok” in Tagalog literally means ‘mountain’. คำว่า “bundok” ในภาษาตากาล็อกหมายถึง ‘ภูเขา’ ในความหมายตรงตัว

Definition: คำว่า “bundok” ในภาษาตากาล็อกสามารถใช้ในทางแม่น้ำคราวเพื่อหมายถึงที่รกร้างหรือห่างไกลหรือประหนึ่งๆที่มีความเป็นชนชาติที่ยากในการเข้าถึง

Sample Sentence: We’re out here in the boondocks, miles from a telephone. (เราอยู่ที่นี่ในที่รกร้าง ห่างจากโทรศัพท์หลายไมล์ครับ/ค่ะ)

กล่องโต้ตอบตัวอย่าง:

A: How was your trip? (การเดินทางของคุณเป็นอย่างไรครับ/ค่ะ?)

B: It was interesting. (มันน่าสนใจครับ/ค่ะ) I used to travel to big cities and it’s my first time going to the boondocks. (ฉันเคยเดินทางไปยังเมืองใหญ่มาก่อน และนี่คือครั้งแรกของฉันที่ไปที่ที่รกร้างครับ/ค่ะ)

A: That’s new. (น่าสนใจใหม่ครับ/ค่ะ)

B: I know, right? (แน่นอนครับ/ค่ะ!) It was peaceful and I felt like time has stopped since the internet connection can just be accessed after miles of travel. (มันเงียบสงบและฉันรู้สึกเหมือนเวลาหยุดลง เพราะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้เมื่อเดินทางหลายไมล์ครับ/ค่ะ)

A: No, internet access? (ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใช่ไหมครับ/ค่ะ?) That sounds boring. (นั่นฟังดูน่าเบื่อ)

B: It can be but I enjoyed talking to the local people. (มันอาจจะเบื่อได้บ้าง แต่ฉันได้รับความสนใจในการสนทนากับคนในพื้นที่ครับ/ค่ะ) And there were a lot of activities to do. (และมีกิจกรรมมากมายให้ทำครับ/ค่ะ)